AI-Social OS

สำหรับแบรนด์ที่อยากให้โซเชียลขับเคลื่อนทั้งฟันเนล ไม่ใช่แค่ให้หน้าเพจดูไม่เงียบ

ส่วนใหญ่แบรนด์ติดอยู่บนสายพานโพสต์ – ไล่ตาม algorithm เทรนด์ และ content calendar ที่ต้อง “เติมให้เต็ม” ตลอดเวลา ด้วย AI-Social OS, Vault Mark ช่วยแบรนด์ในไทยและ APAC สร้าง “ระบบปฏิบัติการโซเชียลและคอมมูนิตี้ยุค AI” ที่เปลี่ยนคอนเทนต์ บทสนทนา และครีเอเตอร์ ให้กลายเป็นสัญญาณ Demand และคุณค่าระยะยาวของแบรนด์ข้ามทุกแพลตฟอร์ม

โซเชียลที่ไม่ได้สร้างแค่โพสต์ แต่สร้าง “สัญญาณ” ให้ทั้งระบบการตลาด

ในหลายองค์กร “โซเชียลมีเดีย” ยังแปลว่า:

  • content calendar ที่ต้องเติมโพสต์ให้ครบ
  • ธีมประจำเดือนกับ visual ตามเทรนด์
  • community management ในแบบ “ตอบคอมเมนต์เวลาโดนแท็ก”
  • และ dashboard ที่สรุปยอด likes, comments, views ให้ดูทุกเดือน

 

AI-Social OS เริ่มจากคำถามอีกแบบ:

  • เราต้องการให้โซเชียล “ทำอะไรให้ธุรกิจ” กันแน่?
  • แต่ละแพลตฟอร์มควรมีบทบาทต่างกันอย่างไร?
  • AI จะเข้ามาช่วยงานโซเชียลตรงไหนได้บ้าง โดยไม่ทำลาย judgment ของคน?
  • เราจะเปลี่ยนคอนเทนต์และบทสนทนาให้กลายเป็น “สัญญาณ” ที่ใช้ประโยชน์ต่อได้ยังไง?

 

มันมองโซเชียลเป็น เครื่องยนต์ Demand & Signals ไม่ใช่แค่ feed ที่ต้อง active

ทำไมสูตร “โพสต์เยอะ ๆ เดี๋ยวก็เวิร์ค” ถึงใช้ไม่ได้อีกต่อไป

สำหรับแบรนด์ส่วนใหญ่ในไทยและ APAC playbook เดิมของโซเชียลคือ:

  • วาง content calendar รายเดือน แบ่ง theme และ format ให้ครบ
  • พยายามตามเทรนด์บน TikTok, Facebook, Instagram หรือ YouTube
  • brief เอเจนซี่ว่า “ช่วยให้เพจ active” และ “ขออะไรสักอย่างให้มันไวรัล”
  • สรุปผลด้วยตัวเลข fan growth, reach, engagement

 

บนกระดาษมันดูโอเค
แต่พอเจอแรงกดดันจริง ๆ รอยร้าวก็เริ่มชัด:

 

บทบาทของโซเชียลไม่เคยชัดจริง
ตกลงโซเชียลเอาไว้เพื่อ awareness, education, demand, service, community หรือ employer brand?
ถามคน 5 คนได้คำตอบ 6 แบบ

 

คอนเทนต์มีไว้ “เติมช่อง” มากกว่าขับเคลื่อนสัญญาณ
โพสต์ถูกสร้างขึ้นเพื่อไม่ให้ calendar โล่ง ไม่ใช่เพื่อตอบคำถาม สร้าง narrative หรือลอง hook ที่ feed เข้าไปช่วยงาน Search, Paid และ Influencer

 

algorithm เป็นคนกำหนดวาระ
ทีมต้องวิ่งตามการเปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์ม แทนที่จะมี OS ที่นิ่งพอที่จะปรับตัวอย่างมีสติ

 

AI ถูกมองแบบสุดโต่ง – หลีกเลี่ยงหรือใช้มั่ว ๆ
บางทีมเลี่ยง AI ไปเลยเพราะกลัวพัง บางทีมใช้ AI content tools แบบตามใจชอบ ไม่มี guardrails ไม่มีการ review หรือการผูกกับเสียงของแบรนด์

 

ผลลัพธ์คือ:

  • feed ยุ่งตลอดเวลา
  • ทีมเหนื่อยล้า
  • ไม่ค่อยมีใครตอบได้ว่า “มันช่วย funnel ยังไง”
  • ข้อมูลจากโซเชียลแทบไม่เคยไปปรากฏในโต๊ะตัดสินใจสำคัญ

 

AI-Social OS คือทางออกจากกรงนั้น

เมื่อหน้าเพจดูคึกคัก…แต่ฟันเนลเงียบกว่าที่ควรจะเป็น

ลองนึกภาพ:

แบรนด์ regional ที่รันโซเชียลในไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย
แต่ละประเทศมีเอเจนซี่ของตัวเอง มี calendar ของตัวเอง สไตล์ของตัวเอง วิธี test ของตัวเอง
Report ของแต่ละตลาดอยู่คนละเด็ค ไม่มีใครตอบได้ชัดว่าโซเชียลช่วย Search, Lead หรือ Ecom ยังไงกันแน่

หลังจากมี AI-Social OS:

  • HQ และแต่ละ market มีคำจำกัดความตรงกันว่า “โซเชียลต้อง deliver อะไร”
  • แต่ละแพลตฟอร์มมีบทบาทและ content architecture ที่ชัดเจน
  • Workflow ที่ใช้ AI ช่วย ถูกกำหนดอย่างโปร่งใสและเข้าใจตรงกัน
  • สัญญาณจากโซเชียลถูกดึงไปใช้ใน Search, Paid, Influencer และ CRM review อย่างเป็นระบบ
  • ผู้นำตอบได้เลยว่า “ถ้าวันนี้ social หยุด ระบบไหนจะพัง และอะไรคือสิ่งแรกที่ควรปรับ”

การเปลี่ยนจาก “แค่มี feed” ไปสู่ “มี Social OS” นี่แหละคือเป้าหมาย

AI-Social OS ถูกออกแบบโดยคิดถึงใครเป็นหลัก

เหมาะที่สุด ถ้าคุณ…

AI-Social OS ถูกออกแบบมาสำหรับองค์กรที่:

  • เล่นหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน เช่น Facebook, Instagram, TikTok, YouTube, Line OA, X, LinkedIn ในไทยและตลาด APAC อื่น ๆ
  • ทำงานร่วมกับเอเจนซี่หนึ่งเจ้า หรือหลายเจ้า ทั้งด้าน content, social, และ performance
  • ต้องการเชื่อมโซเชียลกับ brand building, demand, lead gen, ecommerce และ CX ให้ชัดกว่าที่เป็นอยู่
  • อยากใช้ AI ในงาน social อย่างมีระบบและ guardrails แทนการลองใช้แบบ random

บทบาทที่มักเข้ามาเกี่ยว:

  • CMO / Head of Digital / Head of Social & Content
  • Brand และ Segment Managers
  • Performance / Paid Media Leads
  • เจ้าของ Line OA / CX / CRM
  • Data / Analytics / Marketing Ops Leads

คำถามจริงที่เรามักได้ยิน:

  • “จะเลิกโพสต์เพราะต้องโพสต์ แล้วกลับมามี strategy ได้ยังไง?”
  • “ตกลง social ควรรับผิดชอบอะไรชัด ๆ ใน funnel?”
  • “จะใช้ AI ช่วย social ยังไงโดยไม่ทำลายแบรนด์?”
  • “ทำไมข้อมูล social ถึงไม่เคยมาอยู่ในโต๊ะตัดสินใจเรื่อง Search/Paid/Lead/Ecom เลย?”

อาจยังไม่ใช่จุดเริ่ม ถ้าคุณ…

AI-Social OS อาจไม่ใช่ priority ถ้า:

  • คุณแทบไม่มี presence บนโซเชียล และยังไม่ได้วางแผนจะโตทางนี้จริงจัง
  • คุณต้องการเพียง “ทีม/เอเจนซี่มาช่วยทำคอนเทนต์กับตอบคอมเมนต์” แบบ ad hoc
  • ยังไม่พร้อมให้ทีม Brand, Performance, CX มา align บทบาทของ social ร่วมกัน
  • ยังมอง social เป็นแค่ช่องทาง broadcast ไม่ใช่ module หนึ่งใน AI Marketing OS

ปัญหาโซเชียลที่เปลี่ยนคอนเทนต์แพลนกี่รอบก็ไม่หายสักที

เราเห็น pattern คล้าย ๆ กันในหลายแบรนด์:

 

โซเชียลทำงานหนัก แต่ไม่มีใครชัดว่าหน้าที่คืออะไร
แต่ละทีมคาดหวังต่างกัน: awareness, lead, engagement, CX, product education ฯลฯ โดยไม่มี “mandate กลาง” ให้ social ถือ

 

เนื้อเรื่องและประสบการณ์แตกเป็นชิ้น ๆ
แต่ละประเทศ เอเจนซี่ และ creator มี narrative และโทนของตัวเอง จนลูกค้าและ AI เองก็สับสนว่าตกลงแบรนด์นี้คือใครกันแน่

 

เชื่อมกับ Demand และ Search เบาเกินไป
คอนเทนต์ social ไม่ค่อยถูกออกแบบให้ตอบ queries, พาไป journey บนเว็บ, สร้าง lead หรือส่งต่อสัญญาณให้ marketplace / Ecom

 

การใช้ AI ไม่มีโครง
แต่ละคนลองใช้ AI content tools ในแบบของตัวเอง ไม่มีมาตรฐานเรื่อง prompt, tone, review, risk เลย

 

Report จาก social ไม่เคยเปลี่ยนการตัดสินใจอะไรจริง
มี dashboard สวย ๆ แต่ไม่ค่อยโยงกับการตัดสินใจเรื่อง budget, content theme, audience, หรือ OS module ไหนเลย

 

AI-Social OS แก้ด้วยการให้คุณ:

  • มีบทบาทของโซเชียลที่ชัดภายใน AI Marketing OS
  • มี content & audience architecture ที่มั่นคงต่อ platform และตลาด
  • มี workflow การใช้ AI ที่มี guardrails และ human review
  • และมีวิธีเปลี่ยน social ให้กลายเป็น “สัญญาณ” ที่ OS อื่นเอาไปใช้ได้จริง

ก่อน & หลัง: จากการนับไลก์–นับวิว สู่การออกแบบ “สถาปัตยกรรมสัญญาณ” จากโซเชียล

  • feed active แต่กลยุทธ์เบลอ ๆ
  • แต่ละตลาดและเอเจนซี่ดึงไปคนละทาง
  • AI ถูกใช้แบบ random หรือแทบไม่ถูกพูดถึง
  • KPI โฟกัสแค่ reach, engagement, followers
  • social อยู่เป็นโลกแยก ไม่ค่อยถูกพูดถึงในการวางแผน cross-channel
  • social มีบทบาทชัดใน awareness, demand, CX และ learning
  • แพลตฟอร์มและตลาดทำงานอยู่ใต้ architecture เดียวกัน
  • AI เข้ามาช่วยใน ideation, draft, insight, moderation อย่างมีกรอบ
  • metric ของ social ผูกกับ demand, journeys, signals
  • social กลายเป็นส่วนหนึ่งของ OS review ระดับองค์กร ไม่ใช่เกาะเดี่ยว

AI-Social OS ต่อเข้ากับ Search, Paid และ Influencer OS ให้ส่งแรงเสริมกันยังไง

AI-Social OS อยู่ใน Layer Demand & Traffic ของ Vault Mark AI Marketing OS มันทำงานคู่กับ AI-Brand & GEO OS เพื่อสื่อสารแบรนด์และ footprint ของคุณ และทำงานร่วมกับ AI-Search, AI-Paid และ AI-Influencer OS เพื่อขับเคลื่อน Demand สัญญาณจากโซเชียลจะถูกส่งต่อไปยัง AI-Lead, AI-Ecom, AI-CX & Retention และ AI-Data & Measurement OS และการทดลองถูกประสานผ่าน AI-GrowthLab และ AI-Ops OS

ในภาพรวมของ AI Marketing OS:

  • AI-Strategy OS กำหนดว่า social ต้องช่วยอะไรในภาพใหญ่
  • AI-Brand & GEO OS นิยาม brand, entity, location signals ที่ social ต้อง reinforce
  • AI-Search & AI-Paid OS ประสานว่า social จะช่วย queries และ performance campaigns อย่างไร
  • AI-Influencer OS ทำให้ creator/influencer เล่าเรื่องไปในทิศทางเดียวกับ social narrative และ journey
  • AI-Lead & AI-Ecom OS รับช่วงต่อคนที่มาจาก social และต้อง convert เป็น lead หรือ sale
  • AI-CX & Retention OS ใช้ social เป็น touchpoint สำหรับ service, loyalty และ community
  • AI-Data & Measurement OS เปลี่ยน social data ให้กลายเป็น signals และ dashboard ที่ใช้ตัดสินใจได้
  • AI-GrowthLab & AI-Ops OS ทำให้การทดลองและ workflow ใหม่ใน social “รันได้จริง” และ scale ได้

เราดีไซน์ AI-Social OS เพื่อให้โซเชียลเป็น module หนึ่งใน AI Marketing OS ที่ทำงานร่วมกับทุกก้อน ไม่ใช่ feed ที่โดดเดี่ยว

เมื่อมองโซเชียลเป็น OS ไม่ใช่แค่ช่องทาง คุณจะได้อะไรเพิ่มมาบ้าง

กลุ่มที่ 1: Social Strategy, Roles & Architecture

  • Social Role Definition
    คำจำกัดความชัด ๆ ว่า social ต้องรับผิดชอบอะไรในแต่ละช่วงของ journey (awareness, consideration, demand, service, loyalty, learning) แยกตามแพลตฟอร์ม
  • Audience, Intent & Content Architecture
    โครงสร้างกลุ่มเป้าหมาย, intent และประเภทคอนเทนต์ที่ควรใช้บนแต่ละแพลตฟอร์ม (เช่น TikTok = discovery, Instagram = lifestyle & social proof, Facebook = depth & community, Line OA = service & CRM) ในบริบทไทยและ APAC
  • Channel & Market Model
    แนวทางว่าควรโฟกัสแพลตฟอร์มไหน ในตลาดไหน และ Group / Regional / Local ควรทำงานกับเอเจนซี่อย่างไร

กลุ่มที่ 2: Social OS, Workflows & AI Usage

  • AI-Social OS Blueprint
    แผนภาพและเอกสาร blueprint ว่าไอเดีย brief การสร้างคอนเทนต์ การอนุมัติ การโพสต์ การตอบคอมเมนต์ และการรายงาน จะ flow กันอย่างไร
  • AI Usage & Guardrails ใน Social
    หลักการและ pattern เชิงปฏิบัติว่าควรให้ AI ช่วยตรงไหนบ้าง (คิดไอเดีย, ร่างโพสต์, repurpose คอนเทนต์, ลอง caption, ช่วยสรุป insight, ช่วย moderation) และมนุษย์ต้อง review / approve ยังไงให้ปลอดภัยและ on-brand
  • Workflows & Playbooks
    Playbook สำหรับ use case สำคัญ เช่น always-on, campaign, crisis response, creator collaboration, social-to-Lead journey, social-to-Ecom journey และ Line OA flows

กลุ่มที่ 3: Measurement, Signals & Optimisation

  • Signal & KPI Framework
    เฟรมเวิร์กที่กำหนดว่า metric ไหนสำคัญสำหรับ attention, engagement, intent, traffic, conversion, CX และ learning และ metric ไหนเป็น “vanity metrics” ที่ไม่ควรให้ความสำคัญเกินจริง
  • Dashboards & Review Rhythms
    Requirement และ pattern ของ dashboard ที่เชื่อม social เข้ากับ Search, Paid, Influencer, Lead/Ecom และ CX รวมถึงจังหวะการ review และการตัดสินใจร่วมกัน
  • Experimentation & Improvement Plan
    แผนการทดสอบใน social: format, hook, narrative, audience, journey และ workflow การใช้ AI – โดยผูกเข้ากับ AI-GrowthLab OS

90 วัน…เปลี่ยนโซเชียลจาก “ยิงไปเรื่อย ๆ” เป็น “ยิงแล้วรู้ว่าทำอะไรได้จริง”

ใน 90 วันแรก เราจะพาคุณจาก social ที่ขับเคลื่อนด้วย calendar ไปสู่ AI-Social OS ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ เราจะ map แพลตฟอร์ม คอนเทนต์ workflow และตัวเลขที่มีอยู่ จากนั้นกำหนดบทบาทของ social, ออกแบบ OS blueprint และวางเส้นทางทดลอง/ปรับปรุงชุดแรก ภายใน 90 วัน คุณจะรู้ชัดว่า social ต้องทำอะไร เดินอย่างไร และเชื่อมกับ AI Marketing OS ทั้งระบบยังไง

สัปดาห์ที่ 1–3: Discover & Map – สำรวจความจริงของ Social วันนี้

  • Audit presence บนโซเชียลและคอมมูนิตี้: แพลตฟอร์ม, handle, ประเภทคอนเทนต์, campaign, community practice
  • รีวิววิธีทำงานระหว่างทีมภายในกับเอเจนซี่ (brief, approve, report ฯลฯ)
  • วิเคราะห์ performance, พฤติกรรม audience และ content mix แยกตามแพลตฟอร์ม
  • ระบุจุดที่บทบาท social ยังไม่ชัด การใช้ AI ยังไม่มีโครง และสัญญาณยังไม่ถูกเชื่อมกับ OS อื่น

สัปดาห์ที่ 3–6: Design – ออกแบบ AI-Social OS

  • กำหนดบทบาทชัด ๆ ว่า social จะรับผิดชอบส่วนไหนใน AI Marketing OS
  • ออกแบบ audience, intent และ format architecture สำหรับแพลตฟอร์ม priority
  • draft AI-Social OS blueprint พร้อม AI usage guardrails
  • วาง measurement & signal framework ที่เชื่อมกับ Search, Paid, Influencer, Lead/Ecom และ CX

สัปดาห์ที่ 6–12: Implement, Pilot & Refine

  • สนับสนุนทีมและเอเจนซี่ในการ implement workflow และ OS element ใหม่
  • เปิดชุด experiment แรก: content, journey, AI-assisted workflow และ community practice
  • ตั้ง dashboard และ review rhythms ร่วมกับ AI-Data & Measurement OS
  • ส่งมอบเอกสาร AI-Social OS, playbooks และแผน improvement ระยะ 3–6 เดือน

เราทำให้ทีมแบรนด์ โซเชียล และเพอร์ฟอร์มานซ์ทำงานร่วมกัน โดยไม่เละเทะได้ยังไง

Social จะเป็น “OS” ได้จริง ก็ต่อเมื่อคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รันมันได้

นั่นหมายถึง:

  • Co-create กับทีมภายในและเอเจนซี่
    เราดึงทีม brand, social, performance, CX และเอเจนซี่หลักเข้ามาดีไซน์ OS ด้วยกัน เพื่อสะท้อนข้อจำกัดและโอกาสจริง ไม่ใช่ทฤษฎีสวย ๆ
  • รวมครีเอเตอร์และ influencer เข้ามาในระบบ
    ผ่านการเชื่อมกับ AI-Influencer OS เราทำให้งานครีเอเตอร์ไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว แต่ผูกกับ narrative, journey และ signals ของ social
  • เคารพพฤติกรรม local ของแพลตฟอร์ม
    เราดีไซน์ OS ให้เข้ากับการใช้แพลตฟอร์มจริงของคนไทยและ APAC – ทั้งเรื่อง community, Line OA, group, ฟีเจอร์เฉพาะประเทศ และ format ใหม่ ๆ
  • สร้าง AI capability ไม่ใช่แค่ AI rulebook
    เราช่วยทีมเรียนรู้การใช้ AI ในกรอบของ OS: การตั้ง prompt, วิธี review, การดู risk เพื่อให้ทีมต่อยอดเองได้หลังโปรเจกต์

ทำไมทีมที่เบื่อคำว่า “ทำให้มันไวรัลหน่อย” ถึงเลือก Vault Mark

Vault Mark มอง social เป็นส่วนหนึ่งของ AI Marketing OS ไม่ใช่โลกแยกต่างหาก เราผสม social strategy, AI capabilities และความจริงของตลาดไทย/APAC – จาก TikTok, Facebook, Instagram ถึง Line OA และคอมมูนิตี้ – เพื่อออกแบบ AI-Social OS ที่ทีมและเอเจนซี่ของคุณ “รันได้จริง” ผลลัพธ์คือ social ที่สร้างสัญญาณ Demand และ learning ไม่ใช่แค่โพสต์

“Social media management แบบเดิม” vs Vault Mark AI-Social OS

แบบเดิม – social media management

  • ทุกอย่างหมุนรอบ content calendar และการผลิต asset
  • social ทำงานแยกจาก search, paid, influencer และ CX
  • การใช้ AI ปล่อยให้แต่ละคนลองเอง ไม่มีโครง
  • รายงานโฟกัส reach, engagement, follower growth
  • กลยุทธ์และ execution ผูกกับคน/เอเจนซี่ไม่กี่คน

Vault Mark AI-Social OS

  • social มีบทบาทชัดเจนใน AI Marketing OS
  • content, journey และ signals ถูกออกแบบข้ามแพลตฟอร์มและตลาด
  • การใช้ AI ถูกนิยามด้วย guardrails, prompt pattern และขั้น review
  • การวัดผลผูกกับ demand, CX และ learning – ไม่ใช่แค่ fan metrics
  • ระบบที่อยู่ได้แม้คนหรือ vendor เปลี่ยน และแม้แพลตฟอร์มจะปรับ algorithm

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับ AI-Social OS, คอนเทนต์, คอมมูนิตี้ และสัญญาณ

การวางแผนปกติจะโฟกัสเรื่อง calendar, topic, campaign แต่ AI-Social OS กำหนด ระบบเบื้องหลัง ทั้งหมด:

  • บทบาทของ social ใน funnel
  • audience & content architecture
  • วิธีใช้ AI และ workflow ทำงานร่วมกับเอเจนซี่
  • วิธีเชื่อมสัญญาณ social กับ Search, Paid, Influencer, Lead/Ecom และ CX

การวางแผน content กลายเป็น “กิจกรรมหนึ่ง” ใน OS ไม่ใช่ทุกอย่างของ social

ได้ แต่ต้องมีเจ้าของฝั่งในองค์กร AI-Social OS สามารถออกแบบให้ set-up ที่พึ่งเอเจนซี่เป็นหลักได้ OS จะทำให้:

  • role ในการตัดสินใจชัด
  • workflow ระหว่าง in-house กับเอเจนซี่นิ่ง
  • และมาตรฐาน content / AI usage / signals ตรงกันทุกฝ่าย

ได้ และเอเจนซี่ส่วนใหญ่จะชอบด้วย เพราะ:

  • brief ชัดขึ้น
  • ตัวชี้วัดสำเร็จชัดขึ้น
  • expectation ตรงกันมากขึ้น

AI-Social OS ให้ “กติกากลาง” ว่าควรคุยเรื่อง AI, content, journey, signals กันอย่างไร

AI เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่ตัวแทนทีม:

  • ช่วยคิดไอเดีย
  • ช่วยร่างโพสต์/แคปชัน/variation
  • ช่วย repurpose คอนเทนต์ข้ามแพลตฟอร์ม
  • ช่วยสรุปคอมเมนต์/feedback
  • ช่วย moderation บางส่วน

เราจะกำหนด use case, prompt, ขั้น review, risk boundary ให้ชัด เพื่อให้ AI มีประโยชน์ และยัง on-brand

โดยมาก:

  • 1–2 เดือนแรก จะเห็นผลด้านใน: บทบาท social ชัดขึ้น ความวุ่นวายเรื่อง calendar ลดลง ทีม “คุยกันรู้เรื่องขึ้น”
  • 3–6 เดือน เมื่อ OS ถูกใช้จริงในหลายแพลตฟอร์ม/ตลาด จะเริ่มเห็น external impact: performance ดีขึ้น, link กับ demand/lead/ecom ชัดขึ้น, experience เสมอต้นเสมอปลายมากขึ้น
  • กับ AI-Search OS → social ช่วยสร้าง/ตอบ queries, ทดสอบ narrative และส่งสัญญาณ content ให้ search
  • กับ AI-Paid OS → social organic และ paid เสริมกัน ทั้ง creative, audience และ journey
  • กับ AI-Influencer OS → ทำให้ creator/influencer ผูกกับ social narrative, campaign และสัญญาณ ไม่ใช่แค่วัด reach

ทั้งหมดรวมกัน ทำให้ Demand Engine ของคุณทำงานแบบระบบเดียวกัน ไม่ใช่ช่องทางแยก ๆ

ถ้าโซเชียลดูคึกคัก…แต่ฟันเนลเงียบกว่าที่ควร แปลว่าถึงเวลารื้อใหม่

AI-Social OS เหมาะกับทีมที่ไม่อยากให้โซเชียลเป็นแค่ช่องทาง “ให้มันไม่เงียบ”
แต่อยากให้มันส่งสัญญาณดี ๆ เข้า Search, Paid, Influencer และ CX

 

👉 ให้เรามาทำ “Social Signal Lab” ร่วมกับทีมคุณ


เราจะช่วยดูว่าเนื้อหาโซเชียลของคุณกำลังส่งสัญญาณอะไรให้คน และให้ระบบ AI อยู่จริง ๆ แล้วออกแบบว่า AI-Social OS จะเปลี่ยนมันให้กลายเป็นเครื่องสร้างสัญญาณทั้งระบบได้ยังไง

ได้รับการรับรองโดยแพลตฟอร์มชั้นนำ