AI-Ecom OS
สำหรับคนดูแลอีคอมเมิร์ซที่สนใจกำไรมากกว่าแค่ตัวเลข GMV
แดชบอร์ดอีคอมเมิร์ซและมาร์เก็ตเพลสส่วนใหญ่ดูน่าประทับใจ แต่ GMV สูงไม่ได้แปลว่ากำไรดี หรือช่องทางสุขภาพแข็งแรง ด้วย AI-Ecom OS, Vault Mark ช่วยแบรนด์ในไทยและ APAC สร้าง “ระบบปฏิบัติการอีคอมเมิร์ซและมาร์เก็ตเพลสที่ขับเคลื่อนด้วย AI” ทำให้ช่องทาง ราคา โปรโมชัน มีเดีย และปฏิบัติการทำงานร่วมกันเพื่อกำไร การเติบโต และ LTV – ไม่ใช่แค่ volume
อีคอมเมิร์ซที่ “ทำเงินได้จริง” ไม่ใช่แค่ทำให้ GMV ดูสวย
ในหลายองค์กร “อีคอมเมิร์ซ” ยังแปลว่า:
- มีเว็บไซต์และแอปของตัวเอง
- เปิดร้านใน Shopee, Lazada, TikTok Shop และมาร์เก็ตเพลสอื่น ๆ
- ทำแคมเปญและโปรโมชันตามเทศกาล 2.2 / 3.3 / 11.11 ฯลฯ
- optimize เพื่อ GMV และจำนวน order
AI-Ecom OS เริ่มจากคำถามคนละชุด:
- เว็บไซต์ แอป Line OA มาร์เก็ตเพลส Social Commerce และ O2O แต่ละช่องทางควรมีบทบาทอะไร?
- “ดีจริง” ในมุม margin, mix, LTV และสุขภาพช่องทางควรหน้าตาแบบไหน?
- AI ควรเข้าไปช่วยตัดสินใจตรงไหนบ้าง – ราคา โปรโมชัน assortment มีเดีย UX หรือ operations?
- อีคอมเมิร์ซและมาร์เก็ตเพลสควร “ร่วมมือ” กับหน้าร้าน dealer B2B partner แทนที่จะไปแข่งกันได้ยังไง?
มันมองอีคอมเมิร์ซเป็นส่วนหนึ่งของ Commerce Operating System ของทั้งองค์กร ไม่ใช่แค่ “อีกช่องทางขายออนไลน์”
เมื่อยอด GMV ที่โตขึ้น เริ่มกัดกิน Margin แบบเงียบ ๆ
playbook แบบเดิมของอีคอมเมิร์ซคือ:
- ขยายสินค้าไปลงทุกมาร์เก็ตเพลส และเว็บไซต์ตัวเอง
- ใช้แคมเปญและส่วนลดเพื่อดัน GMV
- รายงานคำสั่งซื้อ GMV และทราฟฟิกแยกตามช่องทาง
- มองอีคอมเมิร์ซเป็นหน่วยธุรกิจแยกจากหน้าร้านหรือ B2B
มันทำงานได้ช่วงหนึ่ง
แต่หลังจากนั้นมักจะเจอรูปแบบเดิม ๆ:
- ส่วนลดกิน margin แบบเงียบ ๆ
ยอดขายดูโต แต่กำไรไม่ขยับ หรือแย่ลงด้วยซ้ำ
อัตราคืน/ยกเลิกสูงขึ้น ลูกค้าถูกฝึกให้รอแต่โปรฯ - ช่องทางเริ่มกัดกันเอง
มาร์เก็ตเพลสขายถูกกว่าเว็บตัวเองหรือ dealer
ทีมหน้าร้านรู้สึกโดนแย่งลูกค้า
assortment และโปรโมชันไม่สอดคล้องกัน - ปฏิบัติการเริ่มแบกไม่ไหว
สต็อกไม่พอ ส่งช้า คลังล้น CS รับเคสไม่ทัน
ต้นทุน fulfillment, logistics, payment, support ค่อย ๆ กัดกำไรออกไปทีละนิด - AI optimize ในแบบที่ “มัน” ต้องการ ไม่ใช่แบบที่ P&L ของคุณต้องการ
แพลตฟอร์มมีอัลกอริทึมและ metric ของตัวเอง
ถ้าไม่มี OS ฝั่งคุณ คุณก็จะไม่มีสัญญาณและกติกาที่ชัดเจนไปคุยกับมัน
ผลคือ:
- slide GMV สวยงาม
- ทีม finance และ operations เครียด
- คู่ค้าและช่องทางปะทะกัน
- และไม่มีใครตอบได้เต็มปากว่า “อีคอมเมิร์ซช่วยหรือทำร้ายธุรกิจโดยรวมกันแน่”
AI-Ecom OS พาคุณขยับจากคำถามว่า “ขายได้เยอะขึ้นหรือยัง?” ไปสู่คำถามที่สำคัญกว่า “เรากำลังสร้างอีคอมเมิร์ซและมาร์เก็ตเพลสที่มีกำไรและยั่งยืนจริงหรือเปล่า?”
แดชบอร์ดสวย แต่ P&L หน้าตาไม่ดี: เรื่องสั้นที่หลายแบรนด์คุ้นมาก
ลองนึกภาพ:
แบรนด์มีทั้งเว็บไซต์ แอป Line OA และร้านในหลายมาร์เก็ตเพลส ทั้งไทยและประเทศอื่นใน APAC
GMV รายปีโตขึ้น โดยเฉพาะมาร์เก็ตเพลสโตเร็ว
แต่ margin ไม่ไปไหน SKU ที่ขายดีมักสต็อกไม่พอ คู่ค้าออฟไลน์บ่นเรื่องราคาและโปรฯ ออนไลน์ที่ชนกับหน้าร้าน
พอผู้บริหารถามว่า:
- “ช่องทางไหนกำไรจริง?”
- “มาร์เก็ตเพลสควรมีบทบาทอะไร เทียบกับเว็บเรา?”
- “ควรลงทุนต่อตรงไหน แล้วตรงไหนควรเบรก?”
คำตอบกลับไม่ชัด
ตัวเลขกระจัดกระจาย
ทุกฝ่ายมองคนละมุม
หลังมี AI-Ecom OS:
- ช่องทางแต่ละแบบ – เว็บ แอป Line OA Social Commerce มาร์เก็ตเพลส O2O – มีบทบาทชัดในเรื่อง acquisition, margin, LTV, experience
- ราคา สินค้า โปรโมชัน ถูกออกแบบในมุม “ทั้งระบบ” ไม่ใช่ ad hoc
- มีเดีย Search Social Influencer ถูกออกแบบให้ support channel strategy เดียวกัน
- dashboard แสดง unit economics และ LTV ตามช่องทาง/เซ็กเมนต์ ไม่ใช่แค่ GMV
- อีคอมเมิร์ซกลายเป็นส่วนหนึ่งของ AI Marketing OS ทั้งระบบ ไม่ใช่กล่องดำ
AI-Ecom OS ถูกออกแบบมาเพื่อใครในโลก Web และ Marketplaces
เหมาะที่สุด ถ้าคุณ…
AI-Ecom OS ถูกออกแบบมาสำหรับองค์กรที่:
- รันหลายช่องทางพร้อมกัน:
- เว็บและแอปของตัวเอง
- Line OA / Social Commerce / Live
- Shopee, Lazada, TikTok Shop, JD, Central Online ฯลฯ
- O2O เช่น ซื้อออนไลน์รับหน้าร้าน หรือสั่งผ่าน partner
- มีโครงสร้างสินค้า ราคา และโปรโมชันซับซ้อนข้ามประเทศ/ช่องทาง
- เริ่มรู้สึกว่าคำถามสำคัญคือ “กำไร สุขภาพช่องทาง และ LTV” ไม่ใช่แค่ “ยอด GMV”
บทบาทที่มักเกี่ยวข้อง:
- CCO / CMO / Head of Ecommerce / Head of Digital
- Marketplace / Key Account / Trade / Retail Leads
- Performance media, CRM, CX Owners
- Finance, Pricing, Supply Chain, Operations และ Data teams
คำถามที่เรามักได้ยิน:
- “ควรดันสินค้าไหนไปช่องทางไหน – เว็บเรา vs มาร์เก็ตเพลส vs ออฟไลน์?”
- “จะบริหารราคาและส่วนลดยังไงไม่ให้ margin พัง?”
- “จะเห็นกำไรแยกตามช่องทางจริง ๆ ได้ยังไง ไม่ใช่ดูแต่ GMV?”
- “AI ควรใช้ช่วยตรงไหนบ้าง แล้วตรงไหนต้องให้คนตัดสินใจ?”
อาจยังไม่ใช่จุดเริ่ม ถ้าคุณ…
AI-Ecom OS อาจยังไม่ใช่ก้าวแรกที่เหมาะ ถ้า:
- อีคอมเมิร์ซยังเล็กมาก และยังอยู่ในโหมดทดลองแบบ basic
- ขายผ่านช่องทางเดียว โครงสร้างราคา/สินค้าไม่ซับซ้อน
- ต้องการเพียงแค่ “ช่วยลงสินค้าใน marketplace” หรือ “รีดีไซน์เว็บ” แบบ project เดี่ยว
- ยังไม่พร้อมให้ commerce, finance, operations และ marketing มานั่งโต๊ะเดียวกัน
ปัญหา Commerce ที่ต่อให้เพิ่มส่วนลด เพิ่มช่องทาง ก็แก้ไม่ออกสักที
จากประสบการณ์กับแบรนด์ไทยและ APAC เราเห็น pain point แบบเดียวกันซ้ำ ๆ:
Volume สูง กำไรไม่ชัด
GMV โต แต่ cost of goods, discount, logistics, returns ค่อย ๆ กัด margin ออกไปทีละก้อน
ช่องทางและคู่ค้าสับสน
เว็บ มาร์เก็ตเพลส Social Commerce ออฟไลน์ จัดโปรไม่ซิงค์กัน ลูกค้าและ dealer งงว่าราคาและสิทธิ์ที่ “ควรจะได้” คืออะไรกันแน่
การตัดสินใจแยกไซโล
ทีมอีคอมเมิร์ซ มาร์เก็ตเพลส trade finance marketing operations
ตัดสินใจกันเองในกรอบเล็ก ๆ ของตัวเอง
โดยไม่ค่อยได้มอง P&L และ CX รวม
มองไม่เห็น unit economics และ LTV ตามช่องทาง
data มีอยู่ แต่ไม่ได้จัดในแบบที่ตอบคำถามว่า “ช่องทางนี้คุ้มมั้ยในระยะยาว?”
ใช้ AI แบบแยกส่วน
มี dynamic pricing นิดหน่อย, recommendation บนเว็บบ้าง, marketplace tools บ้าง, A/B test บางหน้า – แต่ไม่มี OS ที่เชื่อมทุกชิ้นให้เล่าเรื่องเดียวกัน
AI-Ecom OS แก้โดยให้คุณมี:
- ผังบทบาทและสถาปัตยกรรมช่องทางที่ชัด
- มุมมอง unit economics และ LTV แยกตามช่องทาง/เซ็กเมนต์
- เฟรมเวิร์กตัดสินใจด้านราคา โปรโมชัน assortment และมีเดีย
- วิธีฝัง AI เข้าไปช่วยตัดสินใจภายในกรอบที่ควบคุมได้
ก่อน & หลัง: จากช่องทางแย่งลูกค้ากันเอง สู่ระบบ Commerce ที่เดินไปทิศทางเดียวกัน
- วัดความสำเร็จหลัก ๆ ด้วย GMV และจำนวน order
- ใช้ส่วนลดและโปรโมชันเป็น lever แทบทุกครั้ง
- เว็บ มาร์เก็ตเพลส และออฟไลน์เดินคนละทาง
- ต้นทุนปฏิบัติการและ CX แอบขึ้นแบบเงียบ ๆ
- AI / tools ถูกใช้แบบจุด ๆ ไม่มีภาพรวม
- วัดความสำเร็จด้วยกำไรที่ยั่งยืน, LTV, และสุขภาพช่องทาง
- ใช้โปรโมชันอย่างมีกลยุทธ์ ไม่ใช่ lever แรกเสมอไป
- ช่องทางถูก orchestration ด้วยบทบาทและ guardrails ชัดเจน
- ปฏิบัติการ การเงิน และ CX ถูกคิดรวมกันตั้งแต่ตอนออกแบบ
- ใช้ AI อย่างตั้งใจ ทั้งด้านราคา มีเดีย UX และ operations ภายใต้ OS เดียว
AI-Ecom OS เชื่อมเว็บ มาร์เก็ตเพลส หน้าร้าน และพาร์ตเนอร์ให้ทำงานร่วมกันยังไง
AI-Ecom OS อยู่ใน Layer Lead & Commerce ของ Vault Mark AI Marketing OS มันกำหนดบทบาทและเศรษฐศาสตร์ของช่องทางอีคอมเมิร์ซและมาร์เก็ตเพลส ในขณะที่ AI-Strategy และ AI-Brand & GEO OS วางทิศทางและภาพแบรนด์ Demand จาก AI-Search, AI-Social, AI-Paid และ AI-Influencer OS จะถูกส่งเข้ามาใน journey อีคอมเมิร์ซ และ AI-Data, AI-CX & Retention, AI-GrowthLab, AI-Ops OS จะช่วยเรื่องสัญญาณ ประสบการณ์ การทดลอง และการรันงานจริง
ในภาพของ AI Marketing OS:
- AI-Strategy OS กำหนดว่าควรเล่นเกมอีคอมเมิร์ซ/มาร์เก็ตเพลสในประเทศไหน หมวดไหน ระดับไหน
- AI-Brand & GEO OS ทำให้ brand/entity/location เห็นชัดบนเว็บ มาร์เก็ตเพลส และแพลตฟอร์มต่าง ๆ
- AI-Search, AI-Social, AI-Paid, AI-Influencer OS ป้อน traffic และ intent เข้าสู่ journey อีคอมเมิร์ซ
- AI-Lead OS ดูแล lead-based journey ที่เชื่อมกับการซื้อออนไลน์ในบางกรณี
- AI-Ecom OS กำหนดบทบาทช่องทาง เศรษฐศาสตร์ และกรอบตัดสินใจด้านราคา โปรโมชัน assortment และมีเดียในโลก commerce
- AI-CX & Retention OS ออกแบบประสบการณ์และ retention รอบลูกค้าอีคอมเมิร์ซ
- AI-Data & Measurement OS ให้ signal, dashboard, และ LTV view สำหรับอีคอมเมิร์ซและมาร์เก็ตเพลส
- AI-GrowthLab OS รัน experiment ด้านราคา journey ข้อเสนอ และรูปแบบ content/format
- AI-Ops OS ช่วย embed AI-Ecom OS เข้ากับ workflow การทำงานประจำวัน
เราออกแบบ AI-Ecom OS ให้เว็บและมาร์เก็ตเพลสเป็น ส่วนหนึ่ง ของ AI Marketing OS ไม่ใช่เกาะแยก ๆ ที่ใครก็ไม่มั่นใจว่ากำลังช่วยหรือทำร้ายระบบใหญ่
มากกว่า Flash Sale และกราฟ GMV สวย ๆ: AI-Ecom OS ให้ธุรกิจคุณเพิ่มอะไร
กลุ่มที่ 1: บทบาทช่องทาง เศรษฐศาสตร์ และสถาปัตยกรรม
- Ecommerce & Marketplace Role Definition
บทบาทชัด ๆ ของเว็บ, แอป, Line OA, Social Commerce, มาร์เก็ตเพลส และ O2O – แยกตามเซ็กเมนต์สินค้า กลุ่มลูกค้า และตลาด - Unit Economics & LTV View
มุมมองโครงสร้างรายได้–ต้นทุน: margin, cost-to-serve, returns, impact ของโปรโมชัน และ LTV ของลูกค้าแต่ละช่องทาง/เซ็กเมนต์ - Channel & Assortment Architecture
คำแนะนำว่าสินค้า/ชุดสินค้า/ประสบการณ์แบบไหนควรอยู่ช่องทางไหน – จะจัด exclusivity differentiation และการกระจายสินค้าอย่างไร
กลุ่มที่ 2: ราคา โปรโมชัน และเฟรมเวิร์กการใช้ AI
- Pricing & Promotion Framework
หลักการและ guardrails สำหรับราคาปกติ ส่วนลด voucher bundle และแคมเปญข้ามช่องทางและฤดูกาล - AI-Assisted Decision Areas
พื้นที่ที่ AI ควรช่วย เช่น ช่วงราคาที่ dynamic ได้, mix ระหว่างมีเดีย–โปรโมชัน, recommendation, merchandising, UX และ personalization – และจุดที่ human judgement ต้องเป็นตัวหลัก - Commerce Operating Model
บทบาท สิทธิ์การตัดสินใจ และ cadence ระหว่าง ecommerce, marketplace, performance media, finance, trade, operations และ data
กลุ่มที่ 3: การวัดผล แดชบอร์ด และการปรับปรุง
- Ecommerce & Marketplace KPI Framework
metric ชุดที่ไปไกลกว่า GMV: margin, cost-to-serve, LTV, channel health, cannibalisation, acquisition vs retention, promo dependency ฯลฯ - Dashboards & Review Rhythms
requirement ของ dashboard และจังหวะการ review ที่ดึง marketing, ecommerce, finance และ ops มาดูภาพเดียวกัน - Experimentation Plan กับ AI-GrowthLab OS
แผนการทดลองด้านราคา ข้อเสนอ merchandising journey และการใช้ AI – พร้อม blueprint สำหรับ scale สิ่งที่เวิร์ค
90 วัน…เพื่อเปลี่ยนมุมมองอีคอมมาใช้ “กำไรและสุขภาพช่องทาง” เป็นตัวตั้ง
ใน 90 วันแรก เราจะพาคุณจาก “อีคอมเมิร์ซแบบโฟกัส GMV” ไปสู่ AI-Ecom OS ที่ช่วยตัดสินใจได้จริง เราจะ map ช่องทางอีคอมเมิร์ซและมาร์เก็ตเพลส เศรษฐศาสตร์ ปฏิบัติการ และวิธีตัดสินใจที่มีอยู่ จากนั้นออกแบบบทบาทช่องทาง มุมมองเศรษฐศาสตร์ เฟรมเวิร์กการตัดสินใจ และ rhythm การ review ภายใน 90 วัน คุณจะเห็นชัดขึ้นว่าอีคอมเมิร์ซช่วยหรือทำร้ายธุรกิจจุดไหน และควรเดินต่อยังไง
สัปดาห์ที่ 1–3: Discover & Diagnose
- ทำ inventory ช่องทางอีคอมเมิร์ซและมาร์เก็ตเพลส แยกตามแบรนด์และตลาด
- รีวิวโครงสร้างราคา โปรโมชัน assortment และแคมเปญข้ามช่องทาง
- วิเคราะห์ GMV, margin, cost, returns และสัญญาณ CX (เท่าที่มี data)
- ระบุข้อจำกัดหลัก: สต็อก logistics พาร์ตเนอร์ ราคา capacity ทีม
สัปดาห์ที่ 3–6: Design the AI-Ecom OS
- กำหนดบทบาทของแต่ละช่องทาง และ highlight เซ็กเมนต์/สินค้า priority
- ร่วมกับ AI-Data & Measurement OS ออกแบบมุมมอง unit economics และ LTV
- สร้าง pricing & promotion framework และ guardrails ช่องทาง
- ร่าง commerce operating model และ cadence การตัดสินใจ
สัปดาห์ที่ 6–12: Pilot, Align & Refine
- pilot element ของ OS กับหมวดสินค้า ช่องทาง หรือประเทศที่เลือก
- align กับ finance, operations, key partners แล้วปรับ guardrails และมุมมอง
- ตั้ง dashboard และ review rhythm ที่โฟกัสการเติบโตแบบมีกำไร
- ส่งมอบเอกสาร AI-Ecom OS, playbooks และ roadmap 3–6 เดือนถัดไป
เราเข้าไปช่วยให้ทีม Ecommerce, Trade, Finance และ Ops คุยกันรู้เรื่องเรื่องช่องทางได้ยังไง
ผลลัพธ์ของอีคอมเมิร์ซไม่ได้เป็นแค่ “เรื่องของฝ่ายการตลาด”
AI-Ecom OS ถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน
นั่นหมายถึง:
- ทำงานใกล้ชิดกับเจ้าของช่องทางอีคอมเมิร์ซและมาร์เก็ตเพลส
บทบาท เศรษฐศาสตร์ และเฟรมเวิร์กต่าง ๆ จะถูกออกแบบร่วมกับคนที่อยู่หน้างานจริง - รวม finance และ operations เข้าในภาพตั้งแต่แรก
ให้การตัดสินใจเคารพต้นทุนจริง ข้อจำกัด supply chain, logistics, payment และ CS ไม่ใช่คิดแค่จาก GMV - align กับ marketing และ media
เชื่อมแผน ecommerce กับ performance media, search, social, influencer เพื่อให้ทุกช่องทาง support บทบาทกันและกัน ไม่ใช่แข่งกัน - เคารพความสัมพันธ์กับ partner และ dealer
สำหรับแบรนด์ที่มี dealer หรือเครือข่ายร้านค้าปลีก เราออกแบบ OS เพื่อลด conflict และปกป้องความสัมพันธ์ระยะยาว
ทำไมแบรนด์ที่ “เอาจริงกับกำไรอีคอมเมิร์ซ” ไม่ใช่แค่ Volume ถึงเลือก Vault Mark
Vault Mark มองอีคอมเมิร์ซและมาร์เก็ตเพลสเป็นส่วนหนึ่งของ “ระบบรายได้และลูกค้า” ไม่ใช่แค่หน้าร้านดิจิทัล เราผสม performance, brand, finance และ operations เข้ากับความจริงของช่องทางในไทย/APAC – ตั้งแต่เว็บและแอปของคุณเองไปจนถึง Shopee, Lazada, TikTok Shop และ Line – เพื่อออกแบบ AI-Ecom OS ที่ทีมของคุณรันเองได้ ผลลัพธ์คืออีคอมเมิร์ซที่ช่วย P&L ไม่ใช่แค่กราฟ GMV
“Ecommerce setup แบบทั่วไป” vs Vault Mark AI-Ecom OS
Ecommerce & Marketplace setup แบบทั่วไป
- โฟกัสที่ GMV, orders และแคมเปญ
- ตัดสินใจเรื่องราคา ส่วนลด assortment แบบ ad hoc
- ช่องทางและ partner แข่งกันเองมากกว่าร่วมมือกัน
- ต้นทุนปฏิบัติการและ CX trade-off ไม่ค่อยถูกวิเคราะห์
- ใช้ AI ฟีเจอร์บางจุด แต่ไม่มีภาพรวมว่าเพื่ออะไร
Vault Mark AI-Ecom OS
- อีคอมเมิร์ซและมาร์เก็ตเพลสถูกนิยามด้วยบทบาท เศรษฐศาสตร์ และประสบการณ์ที่ต้องการ
- ราคา โปรโมชัน assortment ถูกจัดการด้วยเฟรมเวิร์กและ guardrails ชัดเจน
- ช่องทาง มีเดีย และ partner ถูก orchestrate ให้เดินในทิศทางเดียวกัน
- unit economics และ LTV มองเห็นและถูกพูดถึงอยู่เป็นประจำ
- ใช้ AI เพื่อ support การตัดสินใจภายใต้ OS ที่ชัด ไม่ใช่ตามกระแส
คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับ AI-Ecom OS, การตั้งราคา และบทบาทของแต่ละช่องทาง
AI-Ecom OS ต่างจากโปรเจกต์อีคอมเมิร์ซทั่วไปยังไง?
โปรเจกต์อีคอมเมิร์ซทั่วไปจะโฟกัสที่:
- สร้างหรือรีดีไซน์เว็บไซต์/แอป/ร้านมาร์เก็ตเพลส
- รันแคมเปญ ยิงทราฟฟิก ทำ UX หรือทำ content
AI-Ecom OS โฟกัสที่ “ระบบปฏิบัติการข้างใต้”:
- บทบาทช่องทาง
- เศรษฐศาสตร์และ unit economics
- เฟรมเวิร์กการตัดสินใจเรื่องราคา โปรโมชัน assortment มีเดีย
- การใช้ AI และวิธีเชื่อมกับ marketing, retail, partner และ operations
มันคือว่าคุณ “รัน” อีคอมเมิร์ซทุกสัปดาห์ยังไง ไม่ใช่แค่ “เปิดตัวอะไร” ปีละครั้ง
ต้องมี data ขั้นเทพหรือ CDP ก่อนถึงจะเริ่มได้ไหม?
ไม่จำเป็น เราเริ่มจาก tools และ data ที่คุณมีอยู่ตอนนี้
AI-Ecom OS ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับระดับ maturity ปัจจุบัน แล้วค่อย ๆ ยกระดับคุณภาพสัญญาณร่วมกับ AI-Data & Measurement OS ภายหลัง
AI-Ecom OS ใช้ร่วมกับแพลตฟอร์มและมาร์เก็ตเพลสที่มีอยู่ได้ไหม?
ได้ทั้งหมด เราทำงานกับ:
- เว็บไซต์และแอปที่มีอยู่
- ร้านบน Shopee, Lazada, TikTok Shop, JD, Central Online ฯลฯ
- ระบบ OMS, WMS, payment, analytics ที่ใช้อยู่แล้ว
OS คือเรื่อง “บทบาทและการตัดสินใจ” ส่วนเทคโนโลยีมีหน้าที่ support ให้รันได้
AI โผล่อยู่ตรงไหนใน AI-Ecom OS?
AI สามารถช่วย:
- กำหนดช่วงราคา (เช่น dynamic pricing range ภายใต้ guardrail)
- recommendation และ merchandising
- demand forecasting และ inventory hint
- media allocation รอบอีคอมเมิร์ซ
- UX / personalization บางส่วน
- operations เช่น routing order หรือ workload planning
ใน AI-Ecom OS เราจะระบุว่า AI ควรช่วยตรงไหน ตั้ง guardrails ยังไง และมนุษย์ควร hold decision ตรงไหนไว้เอง
ต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็น impact?
โดยทั่วไป:
- 1–3 เดือนแรก → impact ภายใน: บทบาทช่องทางชัดขึ้น, คุยกับ finance/partner ง่ายขึ้น, conflict ลดลง
- 6–12 เดือน → impact ทางการเงินเริ่มชัด: margin ดีขึ้น mix ช่องทางสมเหตุสมผลขึ้น LTV ลูกค้าดีขึ้น (ขึ้นอยู่กับ category และจังหวะการเปลี่ยนแปลง)
AI-Ecom OS เกี่ยวข้องกับ AI-Lead OS ยังไง?
- AI-Lead OS โฟกัส journey แบบ lead-based ที่ต้องมีคนตาม (เช่น B2B, high-ticket B2C, consultative sales)
- AI-Ecom OS โฟกัสการซื้อแบบ digital ตรง ทั้งบนเว็บ มาร์เก็ตเพลส และ social commerce
หลายองค์กรมีทั้งสองแบบ เราออกแบบให้:
- lead บางส่วนปิดดีลบนช่องทางออนไลน์ได้
- behaviour บนเว็บ/มาร์เก็ตเพลส feed กลับไปช่วย scoring lead
ทั้งสอง OS จึงเสริมกัน ไม่แย่งกัน
แดชบอร์ดอาจดีใจกับ GMV…แต่บอร์ดของคุณสนใจ “กำไร” มากกว่า
AI-Ecom OS ถูกสร้างมาเพื่อปิดช่องว่างนั้น
ทั้งบนเว็บ มาร์เก็ตเพลส และช่องทางพาร์ตเนอร์
👉 ชวนเรามาทำ “Ecom Profit Console” ร่วมกับทีมคุณ
เราจะเอาตัวเลขอีคอมทั้งหมดมาวางบนโต๊ะเดียวกัน แล้วอ่านมันด้วยมุมมอง “กำไรและสุขภาพช่องทาง” ให้คุณดู ก่อนโชว์ว่าถ้าใช้ AI-Ecom OS โครงทั้งระบบควรเปลี่ยนตรงไหนบ้าง